อย่างแรก PRS แบ่งกีตาร์ตามระดับราคาแยกเป็น “ซีรีส์” จากแพงสุดคือ Private Stock ไล่ลงมาถูกสุดคือ SE ซึ่งถ้าแค่อยากลองฟีล PRS เรียนรู้สะสมประสบการณ์กับแบรนด์โดยที่ไม่ต้องจ่ายเยอะ มันก็ต้องเริ่มที่ซีรีส์ SE นี่แหละ ราคาเริ่มต้นแค่ไม่กี่หมื่น แต่ประสิทธิภาพการใช้งานน้องๆ รุ่นพี่ตัวหลักแสน
PRS SE Series มีเป็นสิบๆ รุ่น ถ้าให้แอดเลือกเฉพาะรุ่นที่น่าสนใจเป็นพิเศษมาแนะนำ ก็จะมี
- SE CE 24 และ SE CE 24 Standard Satin สองรุ่นนี้คอเป็นไม้เมเปิลเข้าคอด้วยสกรู ให้โทนเด้ง ใส สว่าง เล่นสนุกสู้มือ คลีนเพราะ อัดเกนก็ชัด แถมราคาถูกมากแค่ 2 หมื่นต้นๆ ส่วนตัวแอดแนะนำ 2 รุ่นนี้มากที่สุด เพราะมันใช้งานได้กว้างสุดแถมราคาเบาสุด (SE CE 24 ราคา 24,500 บาท ส่วน SE CE 24 Standard Satin ราคา 22,400 บาท)
- SE DGT รุ่นนี้ให้โทนวินเทจหวานย้อย เล่นบลูส์กับคลาสสิคร็อคได้ลงตัวที่สุด แต่ทีเด็ดอยู่ที่เสียงตัดคอยล์ที่ทั้งเต็มทั้งเด้งทั้งใสคล้ายสตรัทอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้ามองหากีตาร์ที่มีโทน humbucker หวานๆ และโทนตัดคอยล์คุณภาพสูง นี่คือ PRS ที่ตอบโจทย์ที่สุดในงบเริ่มต้นที่ 30,800 เท่านั้น
- SE McCarty 594 เป็นรุ่นโทนวินเทจใสๆ เล่นได้กว้าง สเกลสั้นแค่ 24.594 นิ้วแต่ซาวด์ฟังดูสดใส ไม่แก่ คอนโทรลแยกวอลุ่มและตัดคอยล์แยกกันได้ช่วยให้เราผสมเสียงระหว่างปิคอัพทั้งสองตำแหน่งได้อิสระ รวมๆ มันคือ PRS สไตล์วินเทจยุคใหม่ที่เล่นได้กว้าง เป็นอีกรุ่นที่น่าเล่นในราคาเป็นมิตรเพียง 34,300 บาท
- SE Custom 24 สุดท้ายไม่พูดถึงรุ่นนี้ก็คงไม่ได้ เพราะถอดแบบมาจากรุ่นเรือธงตัว USA ที่มาเกิดใหม่ในสเปคประหยัด โทนมีคาแรคเตอร์กลางๆ ไม่เฉพาะทาง กว้าง มีสีมีลายท็อปให้เลือกเยอะ ซื้อง่ายขายคล่อง ถ้าไม่มีสเปคเรื่องโทนในใจ เน้นปลอดภัยเอารุ่นพิมพ์นิยมก็ต้องรุ่นนี้แหละ ราคาเริ่มต้นแค่ 30,800 บาทเท่านั้น
จริงๆ SE Series ยังมีอีกหลายรุ่น อันนี้แอดแค่ยกเอาตัวเด่นๆ มาให้ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นเฉยๆ เท่านั้น สุดท้ายยังไงก็อยากให้ไปทดลองเล่นเองที่ร้านก่อนแหละ
แล้วเพื่อนๆ เล็ง SE รุ่นไหนกันไว้บ้าง comment กันไว้หน่อยจ้า


