Private Stock ตอบแบบสั้นๆ ก็คือ ‘custom shop ของ PRS’ นั่นเอง ที่มาของชื่อนี้ก็เนื่องจากในยุค 90s ลุงพอลมีคลังเก็บไม้หายากเหมือนขุมทรัพย์ส่วนตัวที่เรียกว่า Private Stash เอาไว้ทดลองสร้างกีตาร์แนวคิดใหม่ๆ ผสมไม้หายาก ต่อมาก็ตั้งเป็นแผนก custom shop ขึ้นมาแล้วเปลี่ยนชื่อสต๊อคไม้ตรงนี้ว่า Private Stock เมื่อปี ค.ศ. 1996 ผลิตกีตาร์เกรดท็อปสุดของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน
custom shop ของลุงพอลไม่เหมือนกับของค่ายอื่นๆ เพราะที่นี่ผลิตตามออเดอร์ลูกค้าเป็นหลัก โดยลูกค้าจะคิดสเปคและสั่งผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก จากนั้นตัวแทนจำหน่ายก็จะส่งออเดอร์ให้แผนก PS เช็กวัสดุที่มีในสต๊อคและรายละเอียดในการสร้างรวมทั้งประเมินราคาแจ้งกลับไปยังตัวแทนจำหน่าย ดังนั้นกีตาร์ PRS Private Stock ที่ลูกค้าสั่งผลิตแบบนี้แต่ละตัวจึงมีรายละเอียดไม่ซ้ำกันเลย และในเมื่อรายละเอียดสเปคจะเป็นอะไรก็ได้ ราคาจึงแปรผันไปตามวัสดุและความยากง่ายของงาน ถ้าตัวที่สเปคพื้นฐาน ไม้สวย แต่อาจไม่ใช่ไม้สงวนหรือหายาก ราคาเริ่มต้นก็ราวๆ ครึ่งล้าน แต่ถ้าอยากสุดอยากเด่นเล่นท่ายากอันนี้ราคาก็อาจทะลุล้านได้ ไม่แปลก
แต่กีตาร์ PRS Private Stock ก็ยังผลิตแบบ limited run บ้างนานๆ ที ส่วนใหญ่ก็ผลิตเป็น signature models ให้ศิลปิน อย่าง Private Stock Orianthi, Private Stock John McLaughlin, Private Stock Super Eagle (John Mayer sig.) และศิลปินคนอื่นๆ หรือไม่ก็เป็นรุ่นฉลองโอกาสสำคัญอะไรสักอย่าง เช่น Private Stock Paul’s Guitar 1985 Ltd., Private Stock Dragon 35th Anniversary Ltd., 20th Anniversary Private Stock Ltd. (รุ่นฉลองครบรอง 20 ปีของแผนก) เป็นต้น อันนี้ก็จะเหมาะกับคนที่อยากครอบครองกีตาร์ Private Stock แบบมีสตอรี่จากโรงงาน แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบสั่งตัดหรือผลิตจำนวนจำกัด ขึ้นชื่อว่าเป็น PRS Private Stock ไม้ทุกส่วน งานทุกจุด สุดแน่นอน
ด้วยราคาและความพิเศษระดับนี้ แน่นอนว่ามันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแค่ไว้เล่น แต่เป็นงานศิลปะที่เล่นได้ และมีคุณค่าที่คู่ควรแก่การส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น สนใจสั่งกีตาร์ PRS Private Stock ติดต่อปรึกษาได้ที่ร้าน Music Collection ตัวแทนจำหน่าย PRS อย่างเป็นทางการของประเทศไทยนะจ๊ะ


